ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาชมเว็บไซด์ของเรา สิ่งแรกที่ตั้งคำถามก็คือ ปลูกแล้วจะขายที่ไหนขายให้ใคร เพราะคนที่ไม่เคยรู้จักมะขามเปรี้ยวแต่สนใจที่จะปลูกส่วนมากก็จะกังวลเรื่องนี้กันมาก แต่ไม่ต้องกลัวนะครับ เพราะผลไม้ในประเทศส่วนใหญ่ทุกวันนี้ที่ประสบปัญหา จะมีอยู่ 3หัวข้อหลัก

1.สุกแล้วต้องรีบขาย (แต่มะขามเปรี้ยวสุกแล้วสามารถเก็บไว้บนต้นได้นาน 1-2 เดือน)

2.ขายแล้วถึงมือคนกินทันที พอกินไม่ทันก็ขายไม่ได้ และผลไม้บางอย่างก็ไม่สามารถแปรรูปได้

3.ทำให้ออกนอกฤดูได้ ก็มีกินแทบตลอดปี ทำให้คนกินรู้สึกเบื่อ

แต่มะขามเปรี้ยว เราจะเห็นแค่ปีละครั้ง และใน 1 ครั้งก็สามารถเก็บขายได้ทุกระยะ ตั้งแต่ ยอดอ่อน ฝักอ่อน ฝักดิบ ฝักแก่ จะทำให้ออกนอกฤดูก็ไม่ได้ หรือถ้ามีคนคิดจะทำก็ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะจะมีข้อผูกมัดเรื่องราคานั่นเอง และในตัวของมะขามเปรี้ยวนี้นั้น พอเก็บขายก็ไม่ถึงมือคนกินทันที เช่น ถ้าเราขายฝักดิบ ก็ต้องไปเข้าโรงดองหรือแช่อิ่มก่อน เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับมะขามและเป็นการถนอมอาหารให้สามารถ ทยอยขายได้นานขึ้น ส่วนมะขามแก่ ก็เก็บขายเป็นมะขามเปียก ซึ่งมะขามเปียกนี้ถ้าเก็บไว้ในห้องเย็นก็สามารถขายได้ทั้งปีและคุณภาพก็ไม่เปลี่ยน

 

ถ้าถามว่าแล้วตลาดของผู้ซื้อ เป็นยังไง ในวงการของมะขามเปรี้ยวนี้จะมีคนอยู่ 3 อาชีพ

1.มีรถวิ่งรับซื้อหรือมีคนรับซื้อฝักดิบ เพื่อปลอกส่งโรงดอง

2.มีรถวิ่งรับซื้อหรือมีคนรับซื้อมะขามแก่เพื่อทำเป็นมะขามเปียกส่งห้องเย็น

3.มีรถหรือคนวิ่งรับซื้อต้นเพื่อโค่นทำเขียง

 

คนทั้ง 3 อาชีพนี้ จะขับรถไปตามหัวไร่ปลายนา และจะสอบถามคนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น เช่นร้านขายอาหาร ขายก๋วยเตี๋ยว ร้านขายของชำแต่ละหมู่บ้าน ว่าที่ไหนมีต้นมะขามบ้างจะรับซื้อ

ในทางกลับกันท่านใดที่ปลูกมะขามเปรี้ยว คนทั้งหมู่บ้านก็จะลือว่า บ้านนี้บ้าแน่ๆ ปลูกมะขามเปรี้ยว คนที่ไปลือและนั่งคุย ก็ไปตามร้านขายข้าว ขายก๋วยเตี๋ยว ขายของหน้าปากซอย นั่นเองจึงทำให้คนซื้อและคนขายมาเจอกันที่นี่ และโดยส่วนมากเวลาที่ชาวบานคุยกัน ในความสนุกสนานเวลาพูดถึงอะไรก็แล้วแต่ ในสิ่งที่เห็นเวลาเห็นคืบ ก็จะบอกศอก เวลาเห็นศอกก็จะบอกเมตร ฉะนั้นมะขามของเราที่ชาวบ้านเอาไปลือจะใหญ่และยักษ์มากจะใหญ่สุดๆ

ที่สำคัญมะขามเปรี้ยวที่เราปลูกแล้วเก็บเกี่ยวผลผลิตมานั้น ไม่จำเป็นต้อง รดน้ำ ใส่ปุ๋ย หรือยาฆ่าแมลง จึงทำให้ต้นทุนการผลิตของมะขามไม่มี ถ้าเราขายผลผลิต ไม่ได้ก็ไม่ขาดทุนนะครับ อย่างน้อยสุดก็มีต้นไม้ใหญ่ ขึ้นในสวนหรือที่ของเรา ดูมีค่ามีราคากว่ามีต้นหญ้าขึ้นนะครับ

ยอดอ่อน

ตัวนี้สามารถเก็บขายได้ทั้งปี แต่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง เก็บขายได้ทุกวัน ยอดอ่อนมะขามโดยปรกติแล้วจะไม่มีคนปลูกเก็บเป็นอาชีพเพราะ มะขามปรกติ จะมีต้นสูงใหญ่ ยอดสั้น น้ำหนักเบา และถ้าเป็นมะขามธรรมชาติก็จะเก็บกินได้ปีละครั้ง

แต่ถ้าเป็นยอดมะขามยักษ์นั้น ทำต้นให้เตี้ยระดับความสูงที่ 1เมตร เก็บง่ายแถมยอดยาว น้ำหนักดีเก็บขายได้ทั้งปี เป็นพืชผักที่ได้จากธรรมชาติไม่ ต้องพึ่งสารเคมี ยอดมะขามสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่างเช่นเป็นเครื่องเคียงผักจิ้มของหลนของน้ำพริกต่างๆ นำไป ต้มกะทิหัวปลาช่อน ต้มยำยอดมะขามอ่อน แกงคั่วยอดมะขาม ยำปลากระป๋อง แกงส้มยอดมะขาม ฯลฯ

ฝักอ่อน

ฝักอ่อนของมะขามยักษ์ก็ดีมากครับ โดยปรกติ ฝักอ่อนของมะขามโดยทั่วๆ ไป จะฝักเล็กๆ สั้นๆ ไม่ได้น้ำหนัก ปริมาณเปลือกและเนื้อใกล้เคียงกัน ทำให้พอนำไปตำน้ำพริก จะได้รสเฝื่อนจากเปลือกไปด้วย และสีจะไม่สวยออกน้ำตาลเข้ม

ถ้าเป็นฝักอ่อน ของมะขามยักษ์ ประมาณเนื้อจะอยู่ที่ 80% ของน้ำหนักฝัก จึงทำให้การนำไปตำน้ำพริกจะได้รสชาติ และความหอมสีสันที่ดีกว่ามะขามธรรมดามากๆ

มะขามอ่อนในวันนี้ไม่ได้อยู่ในถ้วยน้ำพริกอย่างเดียวแล้วนะครับ เพราะปัจจุบันได้นำไปทำมะขามผงเพื่อนำไปผลิตเป็นซุปมะขามส่งขายต่างประเทศ โดยขั้นตอนจะนำมะขามฝักอ่อนมา สไลด์บางๆ แล้วนำมาอบให้แห้งแล้วบดเป็นผง ก็จะได้มะขามผงแบบ 100 % ซึ่งวัตถุดิบตัวนี้ถือเป็นเกรด A เลยนะครับ

มะขามอ่อนพันธุ์ยักษ์ สามารถนำมาล้างให้สะอาดแล้วทาน กับน้ำปลาหวานก็อร่อยสุดยอดเลยครับ

ฝักดิบ

ฝักดิบพันธุ์นี้เป็นที่ต้องการของตลาดมาก เพราะฝักใหญ่ ได้เนื้อมาก น้ำหนักดี ปลอกง่าย ผลผลิตที่ได้เป็นที่ต้องการของตลาด

1.ลูกค้าส่วนมากจะชอบหรือต้องการมะขามฝักใหญ่

2. ต้องการมะขามที่ปลอกง่าย ๆคือ

3.ต้องการมะขามที่มีความเปรี้ยวมากๆ

ใน3 ข้อนี้ สำคัญมากนะครับ เพราะมะขามจะนำไปทำอาหารแปรรูปได้ 2ชนิดคือ มะขามดอง และ มะขามแช่อิ่ม ตรงนี้แหล่ะครับ คำว่า แช่อิ่ม ก็ต้องมีสามรส คือ เปรี้ยว หวาน เค็ม ถ้าเราได้มะขามที่มีความเปรี้ยวน้อยๆ พอแช่อิ่ม ก็จะได้รสชาติที่ไม่กลมกล่อม มีแต่รสหวานๆ เค็มๆ แต่มะขามเปรี้ยวยักษ์พันธุ์นี้ความเปรี้ยวเป็นสองเท่าของมะขามปรกติเลยทีเดียว จึงทำให้เวลาไปแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่มได้อร่อยมาก

ใน 1ปี เราจะเห็นมะขามดองหรือแช่อิ่มอยู่ ประมาณ 3 เดือน เท่านั้นอีก 9 เดือนจะหาทานได้น้อยมากๆ แล้วจะกลัวทำไมในการปลูกมะขามเปรี้ยว วันนี้ใครที่ปลูกหรือมีมะขาม เปรี้ยวพันธุ์นี้ส่วนมากก็จะหมดในขั้นตอนนี้แหล่ะครับแทบจะไม่มีเหลือถึง ฝักแก่เลย

ฝักแก่

มะขามเปียก

อันนี้เป็นการเก็บผลผลิตระยะสุดท้าย ของการขายมะขามยักษ์ แต่เป็นระยะสุดท้ายที่มีความต้องการมาก เพราะมะขามเปียกในประเทศไทย มีคุณภาพดีติดอันดับโลกเลยทีเดียว มะขามเปียกในปัจจุบันที่ชาวบ้านรู้จักคือนำไปทำอาหาร แกงส้ม ต้มยำน้ำพริก และ มะขามแก้ว น้ำมะขาม แต่จริงๆแล้วมะขามเปรี้ยวนั้นสามารถนำไปสกัดเป็นกรด ทาทาร์ลิค และแพคติน ที่ได้จากธรรมชาติ นำไปใช้ในระบบอุตสาหกรรมทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น เครื่อง ดื่ม โค้ก เป็ปซี่ กระทิงแดง ก็ใช้ตัวนี้ โรงงานฟอกหนัง เครื่องสำอาง สปา ยา สมุนไพร ต่าง และอีกมากมายที่ผมไม่รู้

มะขามเปียกมีตลาดส่งออกที่กว้างมากๆ และเป็นที่ต้องการในหลายๆประเทศ เพราะมีไม่กี่ประเทศที่มีสภาพอากาศและพื้นที่ที่สามารถปลูกมะขามได้ ตลาดส่งออกโดยเฉพาะตะวันออกกลาง จะเป็นตลาดที่ใหญ่มากๆ เพราะมะขามเปียกจำเป็นมากในประเทศทางตะวันออกกลางหรือแถบที่มีทะเลทรายเพราะ มีสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง เดินไปมาก็ต้องอยู่บนทะเลทราย มนุษย์เราคอแห้งไม่ได้ ฉะนั้นประชาชนของประเทศนี้ ถ้าเค้าต้องเอาน้ำติดตัวไป ตลอดก็ อาจมีภาระหรือลำบาก และน้ำอาจมีน้อยหรือไม่พอ เขาจึงใช้วิธีพก มะขามเปียกแทน ลองคิดดูนะครับแค่เราคิดถึงมะขามเปียกน้ำลายก็ไหลออกมาแล้วทำให้มีน้ำมาหล่อเลี้ยงในคอ ทำให้ชุ่มคอ จึงเป็นที่นิยมในประเทศทางนี้มาก

เม็ดมะขาม

บางท่านอาจไม่รู้ว่าเม็ด มะขามก็สามารถขายได้ หรือเอาไปทำอะไรได้ ใครใช้ประโยชน์ตรงนี้ บางจังหวัดในประเทศเราก็ใช้คั่วรับประทานเล่น แต่มีอีกหลายประเทศที่ใช้ตัวนี้เช่น ญี่ปุ่น โดยการนำเม็ด มะขามมาขัดสีและบดเป็นผง นำไปเป็นส่วนผสม ทำกาว แป้ง แคปซูลยา ทำสีย้อมผ้า ทำกาแฟ และอื่นๆอีกมากมาย

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

www.np-garden.com
Copyright © 2009-2010 NP-GARDEN
49 ม.6 ต.ทัพหลวง อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม 73000
Mobile 081-2971250 Fax 034-209351 e-mail: penpon_np@hotmail.com